-Part 8-
RRRRRRRr RRRRRRr
ฮัลโหล
[ครับ...จากนักสืบเอกชน]
ได้เรื่องว่าไงบ้าง?
[ตอนนี้พอจะสืบได้ว่าที่เมืองอินชอน และเมืองใกล้เคียงสองสามที่มีข่าวเรื่องเด็กหาย เรากำลังตามสืบอยู่คับ คาดว่าอีกไม่นานคงได้เบาะแส]
จะนานซักแค่ไหนกัน?
[ทางเราจะพยายามดำเนินการอย่างเร็วที่สุดครับ]
พอจะระบุเวลาได้ไหม ผมอยากให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
[หนึ่งเดือนอย่างช้า]
อืม ... งั้นขอฝากด้วย
[ครับ ไม่มีปัญหา สวัสดีครับ]
แกร๊ก!! ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลง ใบหน้าหล่อนั้นยังนิ่งเฉยไม่ปรากฏอารมณ์ใด ขาเรียวก้าวตรงไปยังห้องครัวเล็กที่แบ่งส่วนไว้อย่างเหมาะเจาะ โจ๊กสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งที่ถูกทำให้ร้อนวางอยู่บนถาด ใกล้ๆ กันมียาแก้ไข้สองสามเม็ดวางอยู่ในแก้วเล็ก น้ำเปล่าอุ่นๆ และอุปกรณ์ทำแผล แขนแข็งแรงยกมันขึ้นเดินตรงไปห้องคนป่วยที่อยู่ไม่ไกล
ร่างเล็กหลับพริ้มบนเตียงนอนสีขาวสะอาด ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อชั่วโมงก่อนตอนนี้แดงกล่ำเพราะพิษไข้ ลมหายใจติดขัดดังเบาๆ ภายในห้องเงียบที่มีเพียงแจจุงกับยุนโฮเท่านั้น คนหลับเปิดเปลือกตาขึ้นได้เพียงครึ่งเพราะแสบและบวมไปหมด
ดูเธอจะไม่สบายง่ายนะ เดาว่าที่บ้านเธอคงเลี้ยงแบบคุณหนูทีเดียว ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แจจุงมองหน้าหล่อนั้นอย่างท้อใจ ยุนโฮไม่เคยลืมที่จะหาเรื่องแควะเขาอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส เขาอยากจะใช้ข้ออ้างว่าป่วยขอร้องให้ยุนโฮใจดีกับเขาหน่อย แต่รู้ดีว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์
คุณลองไปคุ้ยขยะแล้วตากฝนอยู่ซักชั่วโมงซิ ถ้าคุณยุนโฮยังสบายดีอยู่ ผมจะยอมให้คุณขี่หลังแล้วพาวิ่งรอบเมืองเลย แจจุงตอบกลับด้วยใบหน้าแห้งๆ ปากซีดแตกขยับอ้าออกไปเพียงเสียงแผ่วๆ
ประชดกันหรือไง แล้วทำไมฉันต้องขี่หลังเธอด้วย พูดพลางนั่งลงข้างๆ คนป่วย
ผมเปล่าประชด ก็แค่เปรียบเทียบให้ฟังเท่านั้น แจจุงแก้ตัวไม่ยอมแพ้ หายใจฟิตฟัดติดขัด น้ำมูกใสไหลย้อยจากจมูก กำลังจะเอามือทีเต็มไปด้วยพลาสแปะแผลเช็ด แต่กระดาษนุ่มๆ จากมือใหญ่ก็ซับให้ซะก่อน
ปัญญาอ่อนหรือไง มือเป็นแผลเต็มไปหมดอย่างนั้นยังจะเอามาเช็ด ยุนโฮดุ แต่ก็ยังเช็ดให้โดยไม่ลืมที่จะผ่อนแรง
แจจุงยิ้ม....ลอบมองใบหน้าหล่อ.....ถึงน้ำใจของยุนโฮจะเต็มไปด้วยคำถากถางมากมาย
ก็ยังดีกว่ายุนโฮจะไม่สนใจอะไรเลย
ว่าแล้วยังจะมายิ้ม ..... สงสัยจะปัญญาอ่อนจริงๆ
คุณนั้นแหละปัญญาอ่อน คนจะยิ้มแล้วจะมาสั่งให้หุบได้ไง ใครจะทำได้ เถียงกลับพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ยิงฟันหน้าทั้งแผงให้ยุนโฮ......ชายหนุ่มมองอย่างระอา
ปัญญาอ่อน!!
ปัญญาอ่อนก็ได้ ไม่งั้นเดี่ยวจะมาโกรธผมอีก
เห็นฉันปัญญาอ่อนเหมือนเธอหรือไง
ก็คุณชอบโกรธจริงๆ นี่น่า ตั้งแต่อยู่กับคุณ คุณยังไม่เคยพูดดีๆ กับผมเลยซักครั้ง
อยากให้ฉันพูดดีด้วยนักหรือไง
แน่ซิครับ ผมไม่ได้ซาดิสม์นะ...จะได้ชอบให้คุณดุด่า
ก็ได้.... เพียงคำตอบรับสั้นๆ จากยุนโฮก็ทำให้หัวใจของแจจุงยิ้ม ทว่า....
งั้นก็รีบจำให้ได้ซักทีซิ วันที่เธอจำได้ฉันจะยิ้มและพูดดีๆ กับเธอ คำพูดต่อมาทำเอาหัวใจของแจจุงกระตุกวูบ เหนื่อย....ที่จะฟังคำพูดเชิงไล่ซ้ำๆ ทุกวัน....การจะได้ความใจดีจากยุนโฮเพียงนิดมันช่างยากเย็น ยุนโฮไม่เคยเปิดใจแถมซ้ำยังเฝ้ารอเวลาที่จะไล่เขาออกไปอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ร่างเล็กล้มตัวลงนอน หลับตาไม่อยากมองหน้ายุนโฮอีก...
ภาพใบหน้าซีดหลับตาหนีไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างเคยนั้นอยู่ในสายตายุนโฮ
รู้สึกโมโห...เพียงเพราะแจจุงไม่เถียงกลับ
กินข้าวซิ คำพูดอ่อนโยนลง แต่ไม่ถึงกับนุ่มนวล
ผมยังไม่หิว วางไว้ก่อนได้ไหมครับ แล้วผมจะกินเอง
ฉันต้องรีบออกไปทำงานอีก เร็วซิ!!
ก็ไปซิครับ จะมาสนใจทำไม
ก็ลุกขึ้นมากินซิ ฉันจะได้ไป
ไม่กิน
ลุกขึ้นมา
ผมไม่หิว
แค่ทำตามที่บอกมันจะตายหรือไง!! ยุนโฮตวาดเมื่อแจจุงไม่ได้อย่างใจ
อยากให้ตายผมก็จะตาย แจจุงย้อนเสียงเศร้า ขดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มจนไม่มีส่วนใดโผล่ออกมาอีก
ยุนโฮมองขรึม เขาไม่ชอบเด็ก......แล้วเด็กตรงหน้าก็กำลังทำให้เขาหมดความอดทน
เคยบอกแล้วไง....อย่ามาตายที่บ้านฉัน!! ลุกขึ้นมากินซะดีๆ!! ยุนโฮว่าใส่กระแทกมือกับหัวไหล่เล็ก บังคับให้แจจุงหันหน้ามาตรงๆ ถึงได้รับรู้ความร้อนสูงจากคนใต้ผ้าห่มที่เข้ามากระทบฝ่ามือ
แค่ก แค่ก....ตอนนี้ผมยังไม่ป่วยถึงขั้นใกล้ตาย แล้วถ้าผมจะตายจริงๆ ....
ผมสัญญา....ผมจะไม่ตายที่บ้านคุณ...แค่ก แค่ก ร่างเล็กประชดกลับ ขืนตัวออกจากการเกาะกุมหันหน้าซุกใต้ผ้าห่มดังเดิม แจจุงรู้สึกถึงร่างกายร้อนผ่าวไปหมดเจ็บคอจนแสบคงเพราะใช้เสียงกับแรงมากเกินไป และถ้ายุนโฮยังไม่ยอมสงบศึกเขาต้องเป็นลมตายก่อนแน่เลย
จะให้ทำไง?...
เห?...
จะให้ทำไงถึงจะยอมกิน....
คุณว่าอะไรนะครับ?? แจจุงย้อนถามเพื่อความแน่ใจ เปิดผ้าห่มช่วงตาออกมองใบหน้านิ่งอย่างงงๆ ร่างสูงสบตาในมือมีถ้วยโจ๊กที่ยังมีไอร้อนระเหย
ฉันนึกว่าเธอแค่ปัญญาอ่อน แต่ที่จริงเธอยังโง่ด้วยหรอแจจุง ทำไมต้องให้ฉันพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง
ก็พูดดีๆ กับผมหน่อยซิครับ พูดอย่างนี้ใครจะไปกินลงละ แจจุงว่ากลับอย่างนึกฉุน
เรื่องมาก!!
วางไว้เถอะครับ ผมไม่หิว สิ้นคำดวงตาโตหลบเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม เป็นการบอกว่าไม่ยอมเหมือนกัน ร่างสูงถลึงตาใส่คนที่ทำตัวเป็นเด็กๆ แต่จนแล้วจนลอดก็....
ลุกมากินซิ เดี่ยวจะไม่สบายไปใหญ่ ถึงคำพูดจะอ่อนโยนแต่น้ำเสียงไม่เป็นอย่างนั้นเลย ร่างที่ขดใต้ผ้าห่มยังนิ่งเงียบ ยุนโฮมองอย่างอดกลั้น ก่อนจะถอนหายใจระบายอารมณ์
ฉันจะไปทำงานแล้ว เธอต้องอยู่คนเดียว เพระงั้นก็ลุกขึ้นมากินซะ อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจได้ไหม คราวนี้ยุนโฮเปลี่ยนมาอธิบายด้วยเหตุผล อาจดูใจดำไปหน่อยหากทิ้งคนป่วยให้อยู่คนเดียวโดยไม่ดูแลอะไรเลย เพราะงั้นก่อนไปก็ต้องให้เด็กดื้อกินข้าวกินยาให้ได้
เป็นห่วงผมหรอครับ... แจจุงถาม....อยากได้ยินคำตอบว่าใช่ใจจะขาด
............................. คนถูกถามไม่ตอบกลับ ซ้ำยังนั่งนิ่งสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดนอกจากเริ่มหน่าย คนตัวเล็กก็ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น เพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่ควรดื้อเรื่องมาก เขาไม่มีสิทธิทำ....ไม่ควรทำให้ยุนโฮลำบากใจ
ผมกินเองก็ได้ครับ ยื่นมือออกไปขอถ้วยโจ๊กในมืออีกคน แต่มือใหญ่ยังขืนไว้
มันยังร้อน
ไม่เป็นไรครับ มือเล็กแย่งถ้วยจากมือยุนโฮมาจนได้ ตักใส่ปากเคี้ยวช้าๆ....แต่แล้วก็ต้องเบ้หน้าราวกับกินของแสลง เพราะการจะกลืนแต่ละคำก็เจ็บทั้งคอทั้งขมปากลำบากสุดๆ
ไม่อร่อยหรือไง? ร่างสูงถามเสียงแข็งเมื่อเห็นร่างเล็กค่อยๆ ละเลียดโจ๊กช้าขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เคยบอกเองว่าชอบมันมาก
อร่อยครับ
แล้วทำไมทำท่าอย่างนั้น
ยังไง?...
ก็กินเหมือนไม่อยากกิน
ก็ผมไม่ค่อยหิว
ก็ทำหน้าให้มันดีๆ ตอนกินไม่ได้หรือไง?
แล้วทำไมต้องทำหน้าดีๆ เวลากินด้วยละ??
ก็.... แจจุงจ้องตาใสรอฟังคำตอบ
ก็....เพราะฉันบอกนะซิ ยุนโฮตอบ....เป็นคำตอบที่เพิ่งคิดได้สดๆ แจจุงพยักหน้าหงึกๆ ก้มหน้ากินอย่างเชื่อฟังแม้คำสั่งดูไร้เหตุผล
เชื่อด้วยหรือไง?......คำอธิบายโง่ๆ แบบนั้น
ริมฝีปากของยุนโฮยกขึ้นมานิดนึงเมื่อมองร่างเล็ก...
แค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่เห็น
ดีขึ้นหรือยังครับ? แจจุงเคี้ยวข้าวไปพร้อมระบายยิ้ม...หันมองมาที่ยุนโฮเพื่อของความเห็น
ยุนโฮพยักหน้ารับนิ่งๆ
เพียงแค่นั้น....ข้าวที่ฝืดคอก็อร่อยขึ้นมาทันใด.....
เพียงแค่ยุนโฮพอใจ....หัวใจของเขาก็มีความสุข....
ไม่นานโจ๊กก็พร่องหมดไป คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงยื่นมารับถ้วยเปล่าแล้วยื่นยามาให้แทน แจจุงทำท่าเหมือนไม่เห็นล้มตัวลงจะนอน แต่แล้วสายตาเข้มที่จ้องเขม็งมาแจจุงก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ จำใจหยิบยาเม็ดใหญ่สองเม็ดเข้าปากแล้วกลืนลงตามด้วยน้ำอย่างอยากเย็น
ยุนโฮมอง....แววตาพึงใจ
ฉันคงไปซักสามสี่ชั่วโมง เธออยู่ได้ใช่ไหม พูดพลางวัดหน้าผากเล็กด้วยหลังมือ ส่วนมืออีกข้างก็วัดไปที่หน้าผากของตัวเองเพื่อเทียบอุณหภูมิ แจจุงมองแล้วยิ้มขำเพราะท่าทางดูประหลาดไม่เข้ากับหน้าขรึมๆ นั้นเลยซักนิด แต่ว่าสัมผัสเบาๆ ที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด....
ปัญญาอ่อน... ยุนโฮว่าเมื่อร่างเล็กจ้องหน้าแล้วเอาแต่ยิ้ม
แค่ยิ้มก็ปัญญาอ่อน งั้นคุณก็บ้าละเพราะไม่เห็นยิ้มบ้างเลย แจจุงย้อนกลับอย่างไม่เกรง แถมยังฉีกยิ้มจนหน้าบาน
ก็เพราะไม่ได้บ้านะซิฉันถึงไม่ยิ้มโดยไม่มีเหตุผลเหมือนเธอ
ผมมีนะ....ผมยิ้มเพราะมีเหตุผล ว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ยุนโฮมองอย่างไม่ไว้ใจ
อะไร?
ก็คุณเป็นห่วงผมไง
ใครว่า!! ชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน คิ้วเรียวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
ก็เห็นอยู่นี่ครับ
พูดมาก ฉันจะไปทำงานแล้ว ร่างสูงว่าแล้วหันหน้าหนีจากการต่อล้อต่อเถียงไม่มีที่สิ้นสุดของแจจุง สาระวนเก็บแก้วและถ้วยใส่ถาดเพื่อจะยกไปเก็บ แต่เสียงหัวเราะคิกๆ ของคนบนเตียวก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหันกลับมามอง ใบหน้าเฉยชาก็ยังเฉยชามีเพียงแววตาที่บึ้งตึง
หัวเราะอะไร?...
ใครว่า แจจุงปฏิเสธอมยิ้มจนแก้มพองเพราะกลั้นหัวเราะ ชายหนุ่มยิ่งมองอย่างไม่เข้าใจ
ก็เห็นอยู่ เริ่มขึ้นเสียงแต่เด็กน้อยก็ยังนอนยิ้มหน้าทะเล้น แต่แล้วยุนโฮก็เอะใจเมื่อประโยคที่พูดไปมันเป็นประโยคที่เขาเพิ่งพูดและตอนนี้เด็กนี้เอามาพูดย้อนกลับ ....กวนประสาทดีนัก....
ยอกย้อนฉันหรือไง!!
เปล่านะครับ
ก็ฉันเพิ่งพูดไป แล้วเธอก็ถือสิทธิมาพูดตาม ชายหนุ่มอธิบายไม่ยอมแพ้
งั้นยอมรับก็ได้
แล้วตอนแรกจะบอกว่าเปล่าทำไม!?!
ก็บอกให้คุณโมโหเล่น
เด็กบ้า!!! จากนั้นแจจุงก็หัวเราะดังกว่าเก่าเมื่อยุนโฮโมโหจนหน้ายุ่ง
สงสัยฉันคงหยิบยาผิด หยิบยาบ้ามาให้เธอกินแน่ๆ!! ยุนโฮลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปเมื่อเข็นนาฬิกาชี้บอกว่าใกล้เวลางานแล้ว หันมามองคนบนเตียงอีกทีก่อนก้าวออกไปถึงได้เห็นว่าหลับไปทั้งรอยยิ้ม
พูดมากหัวเราะมากจนเหนื่อยก็หลับไปเอง.....คงจะบ้าจริงๆ!!
คิดในใจแล้วก้าวเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ....
ไม่ลืมที่จะปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุด....
((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((Love Traps)))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))
นาฬิกาบอกเวลาบนฝาผนัง 4.35 น. สามชั่วโมงกว่ากับการประชุมที่เคร่งเครียดกับงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม แต่งเพียงไม่นานก็สิ้นสุดลงเมื่อได้ข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อย เหล่าผู้ร่วมงานต่างก็ทยอยกันกลับออกไป เหลืองเพียงนักร้องเจ้าของโปรเจ็คและผู้จัดการส่วนตัวที่ยังคงวุ่นวายกับเอกสารบนโต๊ะ แต่แล้วบทสนทนาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ...และเป็นบทสนทนาแรกตั้งแต่คืนฝนตกเมื่อวาน...โดยผู้จัดการหนุ่มเป็นคนเริ่มก่อน
แจจุงเป็นยังไงบ้าง ป่วยมากหรือเปล่า? น้ำเสียงยูซอนบ่งบอกถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน
อื้ม ... ก็ดี ตอบราบเรียบไม่จริงจัง ราวกับไม่ได้ใส่ใจ เพื่อนร่างสูงมองแล้วขมวดคิ้ว ไม่พอใจคำตอบที่ได้รับนัก
หมายความว่าไง? ... ก็ดี? ... หมายถึงแจจุงป่วยนี้ก็ดีอย่างนั้นหรอ?
ฉันหมายถึงดีขึ้นแล้ว ... ถามทำไม? ขยายความด้วยใบหน้าขมวดมุ่น ไม่รู้เพราะเอกสารตรงหน้าหรือเพราะถูกถามซักไซ้กันแน่
ก็คนเป็นห่วง ผิดหรือไง? ยูซอนบอกความรู้สึกในใจอย่างไม่ปิดบัง
หรือแกไม่สนใจ ... ทำเขาป่วยเองแท้ๆ ใจดำจริงๆ ยูซอนว่าน้ำเสียงไม่จริงจังเท่าใดนักคล้ายจะพูดเล่นๆ แต่คนฟังก็หันมามองอย่างไม่ชอบใจ ชายหนุ่มจึงต้องแสร้งยิ้มคลายบรรยากาศ
อะไรเล่า? ... ทำไมมองหน้าฉันอย่างนั้น พูดอะไรผิดหรอ?
ฉันจะแวะไปซื้อของซะหน่อย แกก็กลับไปเลยก็ได้นะ ไม่มีงานอะไรแล้วใช่ไหม ยูซอนส่ายหัวให้อย่างงงๆ ...อะไรวะ? อยู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน...
แล้วจะแกซื้ออะไร? ให้ฉันซื้อให้ก็ได้นี่ ผู้จัดการหนุ่มเสนอตัวอย่างรู้หน้าที่ เรื่องของใช้ส่วนตัวนู้นนี้ที่ยุนโฮต้องใช้ ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนจัดการทั้งหมด
ฉันจะไปเลือกดูเอง ... ยุนโฮตอบไม่ตรงคำถาม ทำท่าจะเดินออกไป ยูซอนมองอย่างไม่เข้าใจ นึกยังไงถึงอยากไปเอง?
แกไม่กลัวแฟนเพลงรุมทึ้งเอาหรือไง ไปเดินเตร็ดเตร่อย่างนั้น ยูซอนร้องเตือน แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อร่างของเพื่อนก้าวพ้นประตูออกไปทั้งยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ
อ้าว?.... แล้วมันอะไรถึงให้ฉันไปด้วยไม่ได้ พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินตามออกไป
แต่จุดหมายคนละทาง...
((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((Love Traps)))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))
ในมุมหนึ่งของห้างสรรพสินค้าที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ร่างสูงในชุดรัดกุมเสื้อยีนส์แขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีซีด หมวกแก๊ปใบใหญ่ใส่ปกคลุมใบหน้า รวมทั้งแว่นสีน้ำตาลเข้มเลนส์กว้างปิดไปเกือบครึ่งจมูก ไม่บอกก็รู้ว่าใส่มาเพื่อปกปิดตัวเอง...แต่ยิ่งปกปิดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้แก่คนที่พบเห็น!!!
เธอๆ!! เห็นคนนั้นไหม? เด็กสาวในชุดนักเรียนชี้ให้เพื่อนในกลุ่มดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล
ไหนๆ??
นั่นไง!! ที่ใส่แว่นอันใหญ่ๆ อ่ะ! หน้าคุ้นๆ นะเธอว่าไหม!?! เด็กสาววิจารณ์เต็มกำลังเสียงยิ่งทำให้คนที่ถูกจ้องมองกลายเป็นจุดสนใจ จากเด็กนักเรียนเพียงกลุ่มเดียวก็กลายเป็นแทบทุกคนที่เดินผ่านเป็นต้องมองอย่างสงสัย ชายหนุ่มขยับแว่นให้กระชับมากยิ่งขึ้นแสร้งยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อบดบังสายตาของพวกเธอ
คุ้นจริงๆ ด้วยนะ เหมือนกับ.....เหมือน... หญิงสาวที่มากับเพื่อนอีกคนมองมาที่ร่างสูงแล้วพูดอย่างครุ่นคิด ชายหนุ่มยิ่งก้มหน้าลงไม่อยากให้ผิดสังเกต
เหมือน....เหมือน อ่า!! เหมือนจะเคยเห็นจากที่ไหนซักทีเลยละเธอ!! เพื่อนในกลุ่มมองอย่างละอาเมื่อคำตอบของเธอไม่ได้ช่วยอะไร ในขณะที่ชายหนุ่มลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก...
ได้แล้วค่ะ เสียงสวรรค์จากพนักงานสาวก็ดังขึ้นหลังจากรอเธออยู่พักใหญ่ เธอยื่นถุงกระดาษดีไซน์หรูให้พร้อมบัตรเครดิตสีทอง ชายหนุ่มรู้สึกได้หญิงสาวพนักงานแสนสวยก็ลอบมองเขาอย่างประเมินเช่นเดียวกัน มือหนารีบหยิบใบเสร็จจากมือเธอมาเซ็นให้เรียบร้อยก่อนส่งคืนอย่างรวดเร็ว แล้วสาวเท้าก้าวยาวๆ จากไปอย่างเร่งรีบ!!!
แต่ก้าวไม่ถึงสิบก้าวดีด้วยซ้ำ เสียงหวีดแหลมจากใครซักคนข้างหลังก็ร้องดังขึ้น!!!
กรี๊ดดดดดด...ดดด...ดด นั้นมัน จอง ยุนโฮนี้!!!!!!
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อสะดุ้งราวกับถูกของ!! กระชับหมวกให้ต่ำลง จับมั่นที่ถุงกระดาษในมือ....และจากสาวเท้าก้าวยาวๆ ก็กลายเป็นจ้ำอ้าวขึ้นมาในทันใด!!!
============
============
============
จ๊อกกก...
เสียงจากก๊อกน้ำบนอ้างล้างจานดังทำลายความเงียบในห้องกว้าง ร่างเล็กของคนป่วยที่ควรจะนอนพักแต่กลับมายื่นง่วนกับงานในครัวที่เจ้าของห้องทำทิ้งไว้ ถึงใบหน้านั้นจะซีดเซียวแต่ก็ระบายด้วยยิ้มสวย
แค่ได้ล้างจานให้...แค่นี้ก็มีความสุขมากมาย
อ๊อดดดด...ดด..ด
เสียงออดจากประตูห้องดังเข้ามาถึงภายใน แจจุงฉีกยิ้มกว้างก่อนละจากงานตรงหน้า เช็ดมือเปียกไปกับกางเกงอย่างลวกๆ เสยเส้นผมเล็กที่ตกลู่ไม่เป็นทรงให้เข้าที่เข้าทาง ไม่ได้รู้เลยว่าที่ทำอย่างนั้นมันกลับทิ้งฟองน้ำยาไว้บนใบหน้าใส ไม่ได้สนใจรีบวิ่งไปเปิดประตูให้คนที่รอมาหลายชั่วโมง...
แกร๊กกกกก....
กลับมาแล้วหรอครับ
คราบบ...มาเยี่ยมคนป่วย ใบหน้าหล่อทะเล้นยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มาเปิดประตูรับ ยื่นของในมือที่ตั้งใจซื้อมาให้หวังให้คนตรงหน้ารู้สึกดี แต่ที่หวังไว้ก็ไม่ได้เห็นเมื่อใบหน้านั้นเจื่อนลงทันที่ทีเห็นว่าเป็นเขา
คุณยูซอน...
อะไรกัน?...ทำไมทำหน้าผิดหวังอย่างนั้น ยูซอนถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ หลายครั้งที่ใช้ได้ผลเมื่ออยากให้คนที่สนใจหันมาใส่ใจ
ปะ...เปล่าครับ!! ร่างเล็กปฏิเสธอย่างรู้สึกผิดที่ทำตัวเสียมารยาท ชายหนุ่มมองแล้วยิ้มขำ
...ได้ผลจริงๆ...
แจจุง!
เอ๋?... ร่างเล็กเอียงคอสงสัยเมื่อยูซอนใช้นิ้วที่ไปที่หน้าหล่อของตัวเอง เหมือนกำลังจะบอกอะไรเกี่ยวกับหน้าของเขา...นึกแปลกใจนิดหน่อยที่ชายหนุ่มช่างเป็นคนที่ปุบปุบเปลี่ยนเรื่องเร็วจนตามไม่ทัน...
ตรงนี้... นิ้วยาวชี้บอกตำแหน่งแต่อีกคนก็ยังมองอย่างไม่เข้าใจ ยูซอนมองแล้วยิ้มเมื่อแจจุงคลำหาตามอย่าง โดยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ถูกจุด
ไม่ช่าย... ร่างสูงลากเสียงยาวล้อเลียนอย่างนึกสนุกๆ ยิ่งเห็นใบหน้างงๆ ของแจจุงก็ยิ่งทำให้รู้สึกเพลิน
อ่ะ?...ตรงนี้หรือเปล่าครับ? แจจุงยังป้ายมือไปบนใบหน้าจนทั่วแต่ยูซอนก็ยังสั่นหัวว่าไม่ใช่อยู่ดี
เกือบแล้ว ขึ้นไปอีกนิดนึง
ตรงนี้?
ไม่ใช่
ตรงไหนกันแน่อ่า?
ตรงนี้ไง!! ทันใดปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับแก้มนุ่มอย่างแผ่ว สะกิดฟองเล็กใสให้หลุดติดมือ
แต่แจจุงกลับผละหนีจากสัมผัสนั้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ!!
...!!...
โทษทีนะ ... ตกใจหรอ ยูซอนรีบเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
ครั้งแรก...ที่มีคนทำท่าราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
ครั้งแรก...ที่ใจสั่นเพราะท่าทีรังเกียจแบบนั้น
เอ่อ...เปล่าหรอกครับคุณยูซอน เข้ามาข้างในก่อนดีกว่า แจจุงยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะเชิญร่างสูงเข้ามา เอ่ยว่าตัวเองในใจที่ทำท่าทีเสียมารยาทอย่างนั้นกับคุณยูซอน
กำลังทำอะไรอยู่หรอแจจุง? ร่างสูงเอ่ยถามเพราะท่าทีของแจจุงคล้ายกับคนกำลังทำอะไรค้างไว้ ร่างเล็กเดินไปยังโซนครัวเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำมารินใส่แก้วก่อนจะเดินมาเสิร์ฟแก่ยูซอน ชายหนุ่มมองท่าทางราวแม่บ้านของแจจุงแล้วนึกขำ ปกติคอนโดของยุนโฮก็เหมือนของเขาแท้ๆ จะดื่มจะกินอะไรก็ทำตามสบายไม่ต้องให้ใครมาบริการจะบริการให้ก็มีแค่ยุนโฮคนเดียว แต่นั้นก็เป็นเพราะหน้าที
ผมกำลังล้างจานนะครับ แจจุงบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับสิ่งที่ทำเป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่
ไม่สบายไม่ใช่หรอ?...แล้วทำไมต้องลุกขึ้นมาทำงานด้วยละ? ยุนโฮสั่งไว้รึไง? ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วงสีหน้าของแจจุงก็ยังซีดอยู่จนเห็นได้ชัด
เปล่านะครับ.... ผมทำของผมเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วด้วย เด็กน้อยอธิบายโดยไม่ลืมที่จะแก้ต่างให้คนที่ถูกพาดพิง
อ้อออ... ยูซอนมองอย่างประเมิน เพราะไอ้ที่ว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว.... หน้าตากลับไม่บอกอย่างนั้นเลย
จริงๆ นะครับ เด็กน้อยย้ำราวกลับกลัวจับได้ว่าโดนทำผิด.... ท่าทีแบบนั้นก็ทำให้ยูซอนยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว
เชื่อแล้วๆ ....นี้! ซื้อของมาฝากแจจุงด้วยนะ รับไปซิ รางสูงยื่นห่อสีสวยให้คนตรงหน้า แจจุงมองอย่างชั่งใจ รู้จักกันไม่เท่าไหร่อาจจะดูเป็นการรบกวน ยูซอนยิ้มอย่างเดาออกก่อนจะยัดถุงนั้นใส่มือ
ไม่ดูหน่อยหรอ?...คนซื้อเสียใจนะ ชายหนุ่มบอกเมื่อร่างเล็กยังอึกอักไม่กล้ารับไว้
จะดีหรอครับ ผมเกรงใจ...
ไม่ดีแน่ๆ...ถ้าแจจุงจะปฎิเสธ... นะ...นะ เปิดดูหน่อยซิ น่ะ อยากรู้ว่าแจจุงจะชอบหรือเปล่า ร่างสูงออดอ้อนราวกับเป็นเด็ก ร่างเล็กยิ้มขื่นก่อนจะค่อยๆ เปิดดูอย่างที่บอก
อมยิ้ม!?! อมยิ้มลูกกวาดหลากสีมากมายอัดกันอยู่เต็มถุง แจจุงมองอย่างประหลาดใจ นี้ยูซอนเห็นเขาเป็นเด็กขนาดนั้นเชียวหรอ?
ชอบไหม ยูซอนยิ้มกว้างรอคำตอบ ทุกครั้งไม่เคยพลาดเรื่องเอาใจคน โดยเฉพาะผู้หญิง แต่ครั้งนี้แปลกไปที่คนที่อยากจะเอาใจกลายเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นเด็กผู้ชาย ยูซอนเลยคิดว่าสิ่งนี้แหละ เหมาะที่สุด!!
ก็ดีครับ... ดูท่าทางน่าอร่อย แจจุงแกล้งบอก เขานั้นไม่ชอบกินของหวานเท่าไหร่ ก็ถูกหัดมาอย่างนี้พี่ชายบอกว่าของพวกนี้ไม่มีประโยชน์
ดีใจนะที่แจจุงชอบ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นทัน ใบหน้าหล่อนั้นดูดีใจมากๆ ที่เขาบอกว่าชอบ โกหกอย่างนี้จะดีไหมนะ
ติ๊ดดดด...
แต่แล้วเสียงรูดการ์ดเบาๆ ที่ประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
เพียงคนเดียวที่มีการ์ดห้อง เพียงคนเดียวที่จะเข้ามาในนี้...ยุนโฮ...
แจจุงนึกสะท้อนในใจ... ยุนโฮยังใช้การ์ดเปิดประตูเหมือนปกติ
ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีเขาอยู่ในห้องนี้... แต่ไม่มีซักครั้งที่จะเรียกให้เปิดให้
ยุนโฮเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบพร้อมถุงกระดาษในมือ ไม่มีแม้กระทั้งสีหน้าแปลกใจที่เห็นแจจุงกับยูซอนอยู่ด้วยกันสองคน
ร่างเล็กกำลังจะอ้าปากทักทายแต่คนข้างตัวก็ขัดขึ้นมาซะก่อน...
ไปไหนของแกมาวะ? กลับซะเย็นเชียว
แวะซื้อของนิดหน่อย ยุนโฮตอบโดยไม่ได้ใส่ใจมอง ตาจับจ้องอยู่กับการถอดโรงเท้าตรงหน้า ราวกับว่าการเอ่ยทักทายเป็นเรื่องไม่จำเป็น
ฉันมาเยี่ยมแจจุง ยูซอนอธิบายการมีตัวตนอยู่ที่นี้ทั้งที่เจ้าของห้องไม่ได้ถาม
ร่างเล็กมองลุ้น... ยุนโฮจะพูดอะไรบ้างไหม?
จะถามซักคำไหมว่าดีขึ้นบ้างหรือยัง?
จะสนใจไหมในเมื่อคุณยูซอนยังสนใจ?
อื้ม
แค่นี้ที่แจจุงได้ยิน
อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงคำที่ยุนโฮเคยพูด... แค่ไม่กี่ชั่วโมงผ่าน
ฉันคงไปซักสามสี่ชั่วโมง เธออยู่ได้ใช่ไหม
อยู่ได้ไม่ได้แล้วยังไง...ถึงอยู่ไม่ได้ยุนโฮก็ไม่สนใจอยู่ดี
หลงคิดไปเองว่ายุนโฮคงเป็นห่วงบ้าง...ไม่มากก็น้อย...แต่นี้ไม่เลย...
ฉันว่าจะคุยเป็นเพื่อนแจจุงซักพักค่อยกลับ
ตามใจ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน
ทำอะไรของแกมาวะยุนโฮ เดี่ยวนี้แกมีความลับกับฉันงั้นหรอ
พูดมากน่ายูซอน ฉันแค่แวะไปซื้อของ
แต่หน้าแกมีพิรุธนะเว้ย
ยังไงของแก?
แล้วนั้นมันถุงอะไรนะ?
ยุ่งน่า... อยากทำอะไรก็ทำไปซิ ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัว
มีความลับชัดๆ เลย
เสียงพูดคุยสนิทสนมดังอยู่ตรงหน้า... แจจุงพ่นลมหายใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งที่ยืนอยู่ด้วยกันใกล้ๆ... แต่ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นส่วนเกิน
พูดแค่นี้ก็ต้องเดินหนีด้วยหรือไง แกมีพิรุธมากเลยยุนโฮ ยูซอนว่าเมื่อยุนโฮเปิดประตูเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เห็นด้วยไหมแจจุง... แล้วก็หันมาถามความเห็นจากร่างเล็ก แจจุงพยักหน้ารับน้อยๆ ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย แต่เพราะไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน เพราะว่าเขาก็ไม่เข้าใจยุนโฮเลย....
================================
เสียงหัวเราะคิกคักจากภายนอกดังเข้ามาถึงภายในห้องอยู่เป็นชั่วโมง ทั้งที่เขาอาบน้ำเสร็จแล้วตั้งนาน นั่งแต่งเพลงค่าเวลาไปหลายเพลงก็แล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าสองคนข้างนอกนั้นจะลาออกจากกันซักที...
ถุงกระดาษหรูถูกวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ มันยังคงสภาพเดิมเพราะคนซื้อมาไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย นอกจากมอง
ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้วในคืนนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็ควรจะเข้านอนใช่ไหม พรุ่งนี้ยังมีงานอีกหลายอย่าง โอกาสจะพักผ่อนมีน้อยจนแทบหาไม่ได้ ยุนโฮไม่เคยพลาดที่จะรีบนอนเมื่อมีโอกาส
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานราคาแพงเดินไปยังเตียงใหญ่นุ่มน่านอน
หยิบไอพอดรุ่นใหม่ที่วางทิ้งไว้บนเตียงหรูขึ้นมา
เปิดมันฟังเบาๆ แล้วนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเดิม...
=================================
ต้องกลับแล้วล่ะแจจุง เสียดายจังกำลังคุยสนุกเชียว ยูซอนเอ่ยขึ้นเมื่อมองเวลาบนนาฬิกาข้อมูล
ขอบคุณคุณยูซอนมากๆ นะครับที่มาคุยเป็นเพื่อน คุยกับผมออกจะน่าเบื่อ
ไม่เลยสักนิด ดีซะอีกแจจุงจะได้ไม่เบื่อนะ อยู่ในห้องอย่างเดียวไม่ได้ออกไปไหนเลย แถมเจ้ายุนโฮก็เหมือนคนเป็นใบ้อย่างนั้น บอกให้นะ...หมอนั้นนะ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่ค่อยพูดหรอก ฉันยังแปลกใจว่ามันร้องเพลงได้ยังไง สิ้นคำที่ลอบนินทาทั้งแจจุงและยูซอนก็หัวเราะเสียงดัง จริงอย่างที่ยูซอนว่าถ้าไม่มีคุณยูซอนมานั่งคุยเป็นเพื่อน ป่านนี้เขาก็คงจะนั่งคนเดียวในห้องเงียบ
เฮ้ออ... ฉันคงต้องกลับจริงๆ แล้วละ ร่างสูงว่าอย่างเสียดาย
ครับ...ขอบคุณสำหรับของฝากนะครับ
อืม... ไว้วันหลังจะซื้อมาฝากอีกนะ แจจุงยิ้มเจื่อน แค่ที่มีอยู่ก็ไม่รู้จะกินหมดหรือเปล่า
ไม่เป็นไรก็ได้ครับคุณยูซอน ลำบากเปล่าๆ
ไม่หรอกน่า นิดหน่อยเอง พูดพลางยิ้มหว่านเสน่ห์ แจจุงก็ส่งยิ้มหวานให้เช่นกัน
กลับแล้วนะ แจจุงไม่ต้องไปส่งหรอก เข้านอนเถอะ
ครับ... งั้นก็ขับรถดีๆ นะครับ
ขอบใจที่เป็นห่วงนะ อืม...ไม่แน่พรุ่งนี้อาจจะพาแจจุงไปเที่ยวละ พูดคล้ายเพิ่งตัดสินใจได้
เอ๋?....
พรุ่งนี้จัดสถานที่งานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มแล้วก็มินิคอนเสิร์ตของยุนโฮ อยากลองไปเที่ยวดูไหมละ คำชวนของยูซอนทำเอาแจจุงตาโต นั้นแหละความไฝฝันเลยละ!!
ได้หรอครับ
งั้นเป็นอันตกลงนะ พรุ่งนี้จะมารับ ฝันดีนะแจจุง ชายหนุ่มบอกลา ไม่น่าเชื่อว่าแค่พูดคุยเล็กน้อยก็ทำให้มีความสุขไม่เบื่อเลย อยู่กับแจจุงเหมือนอยู่ในโลกที่สดใส สุขใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เหมือนกันครับ สุดท้ายก็ลากันได้ซักที ยูซอนออกไปแล้วทั้งห้องก็เงียบกริบ
แต่หัวใจของแจจุงกลับเต้นถี่จนพองโต...พรุ่งนี้จะได้ไปดูยุนโฮทำงาน...ได้ดูงานแถลงข่าวของยุนโฮ
เป็นสิ่งที่แจจุงต้องการอย่างนึงในอีกหลายๆ อย่างเลยก็ว่าได้
อ่า~...ดีใจจัง
นั่งเพ้อบ้าอะไรอยู่คนเดียวห่ะ!!! เสียงเข้มขัดขึ้นในท่ากลางความเงียบเล่นเอาแจจุงสะดุ้งโหยง
คุณยุนโฮ...
เห็นเป็นยูซอนหรือไง
เอ๋?... แจจุงไม่เข้าใจที่ยุนโฮพูด ทำไมเขาต้องเห็นเป็นยูซอนด้วยละ แต่แววตาเรียวนั้นก็ไม่ได้สื่ออะไรนอกใจเงาลางๆ ของตัวเขาเอง
รับไป... มือใหญ่ยื่นถุงกระดาษดีไซน์หรูมาให้ แจจุงจำได้ถุงนี้ยุนโฮถือมันติดมือตอนกลับมา
อะไรหรอครับ?...
ถุงกระดาษ...
ผมรู้แล้ว... แต่ว่ามันมีอะไรในถุงนั้น?
โง่จริง... อยากรู้ก็เปิดดูซิ
คุณให้ผมหรือครับ?... แจจุงถามด้วยความไม่แน่ใจ เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปถ้าคุณยุนโฮจะซื้ออะไรให้เขา
จะเอาไม่เอา!! ชายหนุ่มถามพร้อมเลิกคิ้วสูงอย่างกวนๆ แจจุงรับมาด้วยสีหน้างงๆ
เปิดถุงออกจึงได้รู้ว่าที่อยู่ข้างในมันคือกล่องโทรศัพท์... แจจุงมองหน้ายุนโฮอย่างประหลาดใจ?
แค่เอามาชดใช้ที่เคยทำพัง อย่าคิดอะไรมากละ เป็นการชดใช้ที่อยู่เหนือความคาดหมายมากมายในความคิดของแจจุง เพราะรุ่นนี้ทั้งใหม่ทั้งแพงกว่าของเก่ามากนัก พิเศษกว่าด้วย...เพราะยุนโฮเป็นคนซื้อมาให้กับมือ
ขอบคุณมากจริงๆ ครับ ร่างเล็กยิ้มกว้าง ยิ้มทั้งใบหน้า ดวงตา และหัวใจ ยุนโฮเห็น...แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ
ไปนอนได้แล้ว มันเปลืองไฟ พูดเสียงเรียบก่อนจะผลักไปที่หน้าผากมนนั้นเบาๆ เป็นเชิงไล่...
ถึงได้รับรู้..ว่าไข้ลดลงไปมาก...
แผ่นหลังกว้างหายเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ หลังจากไล่เขาไปนอนยุนโฮก็ไม่พูดอะไรอีก แจจุงนั่งมอง ถึงแม้จะมองเห็นแค่ประตูก็ตาม แต่ก็สุขใจเพียงแค่ได้จินตนาการไปด่างๆ นาๆ ตอนนี้ยุนโฮคงล้มตัวลงนอนบนเดียวอบอุ่นแล้วหลับสบาย...
เสียงเบาๆ ดังลอดออกจากริมฝีปากบางในความเงียบ
ฝันดีนะครับคุณยุนโฮ
TBC
RRRRRRRr RRRRRRr
ฮัลโหล
[ครับ...จากนักสืบเอกชน]
ได้เรื่องว่าไงบ้าง?
[ตอนนี้พอจะสืบได้ว่าที่เมืองอินชอน และเมืองใกล้เคียงสองสามที่มีข่าวเรื่องเด็กหาย เรากำลังตามสืบอยู่คับ คาดว่าอีกไม่นานคงได้เบาะแส]
จะนานซักแค่ไหนกัน?
[ทางเราจะพยายามดำเนินการอย่างเร็วที่สุดครับ]
พอจะระบุเวลาได้ไหม ผมอยากให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
[หนึ่งเดือนอย่างช้า]
อืม ... งั้นขอฝากด้วย
[ครับ ไม่มีปัญหา สวัสดีครับ]
แกร๊ก!! ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลง ใบหน้าหล่อนั้นยังนิ่งเฉยไม่ปรากฏอารมณ์ใด ขาเรียวก้าวตรงไปยังห้องครัวเล็กที่แบ่งส่วนไว้อย่างเหมาะเจาะ โจ๊กสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งที่ถูกทำให้ร้อนวางอยู่บนถาด ใกล้ๆ กันมียาแก้ไข้สองสามเม็ดวางอยู่ในแก้วเล็ก น้ำเปล่าอุ่นๆ และอุปกรณ์ทำแผล แขนแข็งแรงยกมันขึ้นเดินตรงไปห้องคนป่วยที่อยู่ไม่ไกล
ร่างเล็กหลับพริ้มบนเตียงนอนสีขาวสะอาด ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อชั่วโมงก่อนตอนนี้แดงกล่ำเพราะพิษไข้ ลมหายใจติดขัดดังเบาๆ ภายในห้องเงียบที่มีเพียงแจจุงกับยุนโฮเท่านั้น คนหลับเปิดเปลือกตาขึ้นได้เพียงครึ่งเพราะแสบและบวมไปหมด
ดูเธอจะไม่สบายง่ายนะ เดาว่าที่บ้านเธอคงเลี้ยงแบบคุณหนูทีเดียว ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แจจุงมองหน้าหล่อนั้นอย่างท้อใจ ยุนโฮไม่เคยลืมที่จะหาเรื่องแควะเขาอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส เขาอยากจะใช้ข้ออ้างว่าป่วยขอร้องให้ยุนโฮใจดีกับเขาหน่อย แต่รู้ดีว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์
คุณลองไปคุ้ยขยะแล้วตากฝนอยู่ซักชั่วโมงซิ ถ้าคุณยุนโฮยังสบายดีอยู่ ผมจะยอมให้คุณขี่หลังแล้วพาวิ่งรอบเมืองเลย แจจุงตอบกลับด้วยใบหน้าแห้งๆ ปากซีดแตกขยับอ้าออกไปเพียงเสียงแผ่วๆ
ประชดกันหรือไง แล้วทำไมฉันต้องขี่หลังเธอด้วย พูดพลางนั่งลงข้างๆ คนป่วย
ผมเปล่าประชด ก็แค่เปรียบเทียบให้ฟังเท่านั้น แจจุงแก้ตัวไม่ยอมแพ้ หายใจฟิตฟัดติดขัด น้ำมูกใสไหลย้อยจากจมูก กำลังจะเอามือทีเต็มไปด้วยพลาสแปะแผลเช็ด แต่กระดาษนุ่มๆ จากมือใหญ่ก็ซับให้ซะก่อน
ปัญญาอ่อนหรือไง มือเป็นแผลเต็มไปหมดอย่างนั้นยังจะเอามาเช็ด ยุนโฮดุ แต่ก็ยังเช็ดให้โดยไม่ลืมที่จะผ่อนแรง
แจจุงยิ้ม....ลอบมองใบหน้าหล่อ.....ถึงน้ำใจของยุนโฮจะเต็มไปด้วยคำถากถางมากมาย
ก็ยังดีกว่ายุนโฮจะไม่สนใจอะไรเลย
ว่าแล้วยังจะมายิ้ม ..... สงสัยจะปัญญาอ่อนจริงๆ
คุณนั้นแหละปัญญาอ่อน คนจะยิ้มแล้วจะมาสั่งให้หุบได้ไง ใครจะทำได้ เถียงกลับพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ยิงฟันหน้าทั้งแผงให้ยุนโฮ......ชายหนุ่มมองอย่างระอา
ปัญญาอ่อน!!
ปัญญาอ่อนก็ได้ ไม่งั้นเดี่ยวจะมาโกรธผมอีก
เห็นฉันปัญญาอ่อนเหมือนเธอหรือไง
ก็คุณชอบโกรธจริงๆ นี่น่า ตั้งแต่อยู่กับคุณ คุณยังไม่เคยพูดดีๆ กับผมเลยซักครั้ง
อยากให้ฉันพูดดีด้วยนักหรือไง
แน่ซิครับ ผมไม่ได้ซาดิสม์นะ...จะได้ชอบให้คุณดุด่า
ก็ได้.... เพียงคำตอบรับสั้นๆ จากยุนโฮก็ทำให้หัวใจของแจจุงยิ้ม ทว่า....
งั้นก็รีบจำให้ได้ซักทีซิ วันที่เธอจำได้ฉันจะยิ้มและพูดดีๆ กับเธอ คำพูดต่อมาทำเอาหัวใจของแจจุงกระตุกวูบ เหนื่อย....ที่จะฟังคำพูดเชิงไล่ซ้ำๆ ทุกวัน....การจะได้ความใจดีจากยุนโฮเพียงนิดมันช่างยากเย็น ยุนโฮไม่เคยเปิดใจแถมซ้ำยังเฝ้ารอเวลาที่จะไล่เขาออกไปอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ร่างเล็กล้มตัวลงนอน หลับตาไม่อยากมองหน้ายุนโฮอีก...
ภาพใบหน้าซีดหลับตาหนีไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างเคยนั้นอยู่ในสายตายุนโฮ
รู้สึกโมโห...เพียงเพราะแจจุงไม่เถียงกลับ
กินข้าวซิ คำพูดอ่อนโยนลง แต่ไม่ถึงกับนุ่มนวล
ผมยังไม่หิว วางไว้ก่อนได้ไหมครับ แล้วผมจะกินเอง
ฉันต้องรีบออกไปทำงานอีก เร็วซิ!!
ก็ไปซิครับ จะมาสนใจทำไม
ก็ลุกขึ้นมากินซิ ฉันจะได้ไป
ไม่กิน
ลุกขึ้นมา
ผมไม่หิว
แค่ทำตามที่บอกมันจะตายหรือไง!! ยุนโฮตวาดเมื่อแจจุงไม่ได้อย่างใจ
อยากให้ตายผมก็จะตาย แจจุงย้อนเสียงเศร้า ขดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มจนไม่มีส่วนใดโผล่ออกมาอีก
ยุนโฮมองขรึม เขาไม่ชอบเด็ก......แล้วเด็กตรงหน้าก็กำลังทำให้เขาหมดความอดทน
เคยบอกแล้วไง....อย่ามาตายที่บ้านฉัน!! ลุกขึ้นมากินซะดีๆ!! ยุนโฮว่าใส่กระแทกมือกับหัวไหล่เล็ก บังคับให้แจจุงหันหน้ามาตรงๆ ถึงได้รับรู้ความร้อนสูงจากคนใต้ผ้าห่มที่เข้ามากระทบฝ่ามือ
แค่ก แค่ก....ตอนนี้ผมยังไม่ป่วยถึงขั้นใกล้ตาย แล้วถ้าผมจะตายจริงๆ ....
ผมสัญญา....ผมจะไม่ตายที่บ้านคุณ...แค่ก แค่ก ร่างเล็กประชดกลับ ขืนตัวออกจากการเกาะกุมหันหน้าซุกใต้ผ้าห่มดังเดิม แจจุงรู้สึกถึงร่างกายร้อนผ่าวไปหมดเจ็บคอจนแสบคงเพราะใช้เสียงกับแรงมากเกินไป และถ้ายุนโฮยังไม่ยอมสงบศึกเขาต้องเป็นลมตายก่อนแน่เลย
จะให้ทำไง?...
เห?...
จะให้ทำไงถึงจะยอมกิน....
คุณว่าอะไรนะครับ?? แจจุงย้อนถามเพื่อความแน่ใจ เปิดผ้าห่มช่วงตาออกมองใบหน้านิ่งอย่างงงๆ ร่างสูงสบตาในมือมีถ้วยโจ๊กที่ยังมีไอร้อนระเหย
ฉันนึกว่าเธอแค่ปัญญาอ่อน แต่ที่จริงเธอยังโง่ด้วยหรอแจจุง ทำไมต้องให้ฉันพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง
ก็พูดดีๆ กับผมหน่อยซิครับ พูดอย่างนี้ใครจะไปกินลงละ แจจุงว่ากลับอย่างนึกฉุน
เรื่องมาก!!
วางไว้เถอะครับ ผมไม่หิว สิ้นคำดวงตาโตหลบเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม เป็นการบอกว่าไม่ยอมเหมือนกัน ร่างสูงถลึงตาใส่คนที่ทำตัวเป็นเด็กๆ แต่จนแล้วจนลอดก็....
ลุกมากินซิ เดี่ยวจะไม่สบายไปใหญ่ ถึงคำพูดจะอ่อนโยนแต่น้ำเสียงไม่เป็นอย่างนั้นเลย ร่างที่ขดใต้ผ้าห่มยังนิ่งเงียบ ยุนโฮมองอย่างอดกลั้น ก่อนจะถอนหายใจระบายอารมณ์
ฉันจะไปทำงานแล้ว เธอต้องอยู่คนเดียว เพระงั้นก็ลุกขึ้นมากินซะ อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจได้ไหม คราวนี้ยุนโฮเปลี่ยนมาอธิบายด้วยเหตุผล อาจดูใจดำไปหน่อยหากทิ้งคนป่วยให้อยู่คนเดียวโดยไม่ดูแลอะไรเลย เพราะงั้นก่อนไปก็ต้องให้เด็กดื้อกินข้าวกินยาให้ได้
เป็นห่วงผมหรอครับ... แจจุงถาม....อยากได้ยินคำตอบว่าใช่ใจจะขาด
............................. คนถูกถามไม่ตอบกลับ ซ้ำยังนั่งนิ่งสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดนอกจากเริ่มหน่าย คนตัวเล็กก็ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น เพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่ควรดื้อเรื่องมาก เขาไม่มีสิทธิทำ....ไม่ควรทำให้ยุนโฮลำบากใจ
ผมกินเองก็ได้ครับ ยื่นมือออกไปขอถ้วยโจ๊กในมืออีกคน แต่มือใหญ่ยังขืนไว้
มันยังร้อน
ไม่เป็นไรครับ มือเล็กแย่งถ้วยจากมือยุนโฮมาจนได้ ตักใส่ปากเคี้ยวช้าๆ....แต่แล้วก็ต้องเบ้หน้าราวกับกินของแสลง เพราะการจะกลืนแต่ละคำก็เจ็บทั้งคอทั้งขมปากลำบากสุดๆ
ไม่อร่อยหรือไง? ร่างสูงถามเสียงแข็งเมื่อเห็นร่างเล็กค่อยๆ ละเลียดโจ๊กช้าขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เคยบอกเองว่าชอบมันมาก
อร่อยครับ
แล้วทำไมทำท่าอย่างนั้น
ยังไง?...
ก็กินเหมือนไม่อยากกิน
ก็ผมไม่ค่อยหิว
ก็ทำหน้าให้มันดีๆ ตอนกินไม่ได้หรือไง?
แล้วทำไมต้องทำหน้าดีๆ เวลากินด้วยละ??
ก็.... แจจุงจ้องตาใสรอฟังคำตอบ
ก็....เพราะฉันบอกนะซิ ยุนโฮตอบ....เป็นคำตอบที่เพิ่งคิดได้สดๆ แจจุงพยักหน้าหงึกๆ ก้มหน้ากินอย่างเชื่อฟังแม้คำสั่งดูไร้เหตุผล
เชื่อด้วยหรือไง?......คำอธิบายโง่ๆ แบบนั้น
ริมฝีปากของยุนโฮยกขึ้นมานิดนึงเมื่อมองร่างเล็ก...
แค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่เห็น
ดีขึ้นหรือยังครับ? แจจุงเคี้ยวข้าวไปพร้อมระบายยิ้ม...หันมองมาที่ยุนโฮเพื่อของความเห็น
ยุนโฮพยักหน้ารับนิ่งๆ
เพียงแค่นั้น....ข้าวที่ฝืดคอก็อร่อยขึ้นมาทันใด.....
เพียงแค่ยุนโฮพอใจ....หัวใจของเขาก็มีความสุข....
ไม่นานโจ๊กก็พร่องหมดไป คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงยื่นมารับถ้วยเปล่าแล้วยื่นยามาให้แทน แจจุงทำท่าเหมือนไม่เห็นล้มตัวลงจะนอน แต่แล้วสายตาเข้มที่จ้องเขม็งมาแจจุงก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ จำใจหยิบยาเม็ดใหญ่สองเม็ดเข้าปากแล้วกลืนลงตามด้วยน้ำอย่างอยากเย็น
ยุนโฮมอง....แววตาพึงใจ
ฉันคงไปซักสามสี่ชั่วโมง เธออยู่ได้ใช่ไหม พูดพลางวัดหน้าผากเล็กด้วยหลังมือ ส่วนมืออีกข้างก็วัดไปที่หน้าผากของตัวเองเพื่อเทียบอุณหภูมิ แจจุงมองแล้วยิ้มขำเพราะท่าทางดูประหลาดไม่เข้ากับหน้าขรึมๆ นั้นเลยซักนิด แต่ว่าสัมผัสเบาๆ ที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด....
ปัญญาอ่อน... ยุนโฮว่าเมื่อร่างเล็กจ้องหน้าแล้วเอาแต่ยิ้ม
แค่ยิ้มก็ปัญญาอ่อน งั้นคุณก็บ้าละเพราะไม่เห็นยิ้มบ้างเลย แจจุงย้อนกลับอย่างไม่เกรง แถมยังฉีกยิ้มจนหน้าบาน
ก็เพราะไม่ได้บ้านะซิฉันถึงไม่ยิ้มโดยไม่มีเหตุผลเหมือนเธอ
ผมมีนะ....ผมยิ้มเพราะมีเหตุผล ว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ยุนโฮมองอย่างไม่ไว้ใจ
อะไร?
ก็คุณเป็นห่วงผมไง
ใครว่า!! ชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน คิ้วเรียวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
ก็เห็นอยู่นี่ครับ
พูดมาก ฉันจะไปทำงานแล้ว ร่างสูงว่าแล้วหันหน้าหนีจากการต่อล้อต่อเถียงไม่มีที่สิ้นสุดของแจจุง สาระวนเก็บแก้วและถ้วยใส่ถาดเพื่อจะยกไปเก็บ แต่เสียงหัวเราะคิกๆ ของคนบนเตียวก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหันกลับมามอง ใบหน้าเฉยชาก็ยังเฉยชามีเพียงแววตาที่บึ้งตึง
หัวเราะอะไร?...
ใครว่า แจจุงปฏิเสธอมยิ้มจนแก้มพองเพราะกลั้นหัวเราะ ชายหนุ่มยิ่งมองอย่างไม่เข้าใจ
ก็เห็นอยู่ เริ่มขึ้นเสียงแต่เด็กน้อยก็ยังนอนยิ้มหน้าทะเล้น แต่แล้วยุนโฮก็เอะใจเมื่อประโยคที่พูดไปมันเป็นประโยคที่เขาเพิ่งพูดและตอนนี้เด็กนี้เอามาพูดย้อนกลับ ....กวนประสาทดีนัก....
ยอกย้อนฉันหรือไง!!
เปล่านะครับ
ก็ฉันเพิ่งพูดไป แล้วเธอก็ถือสิทธิมาพูดตาม ชายหนุ่มอธิบายไม่ยอมแพ้
งั้นยอมรับก็ได้
แล้วตอนแรกจะบอกว่าเปล่าทำไม!?!
ก็บอกให้คุณโมโหเล่น
เด็กบ้า!!! จากนั้นแจจุงก็หัวเราะดังกว่าเก่าเมื่อยุนโฮโมโหจนหน้ายุ่ง
สงสัยฉันคงหยิบยาผิด หยิบยาบ้ามาให้เธอกินแน่ๆ!! ยุนโฮลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปเมื่อเข็นนาฬิกาชี้บอกว่าใกล้เวลางานแล้ว หันมามองคนบนเตียงอีกทีก่อนก้าวออกไปถึงได้เห็นว่าหลับไปทั้งรอยยิ้ม
พูดมากหัวเราะมากจนเหนื่อยก็หลับไปเอง.....คงจะบ้าจริงๆ!!
คิดในใจแล้วก้าวเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ....
ไม่ลืมที่จะปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุด....
((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((Love Traps)))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))
นาฬิกาบอกเวลาบนฝาผนัง 4.35 น. สามชั่วโมงกว่ากับการประชุมที่เคร่งเครียดกับงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม แต่งเพียงไม่นานก็สิ้นสุดลงเมื่อได้ข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อย เหล่าผู้ร่วมงานต่างก็ทยอยกันกลับออกไป เหลืองเพียงนักร้องเจ้าของโปรเจ็คและผู้จัดการส่วนตัวที่ยังคงวุ่นวายกับเอกสารบนโต๊ะ แต่แล้วบทสนทนาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ...และเป็นบทสนทนาแรกตั้งแต่คืนฝนตกเมื่อวาน...โดยผู้จัดการหนุ่มเป็นคนเริ่มก่อน
แจจุงเป็นยังไงบ้าง ป่วยมากหรือเปล่า? น้ำเสียงยูซอนบ่งบอกถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน
อื้ม ... ก็ดี ตอบราบเรียบไม่จริงจัง ราวกับไม่ได้ใส่ใจ เพื่อนร่างสูงมองแล้วขมวดคิ้ว ไม่พอใจคำตอบที่ได้รับนัก
หมายความว่าไง? ... ก็ดี? ... หมายถึงแจจุงป่วยนี้ก็ดีอย่างนั้นหรอ?
ฉันหมายถึงดีขึ้นแล้ว ... ถามทำไม? ขยายความด้วยใบหน้าขมวดมุ่น ไม่รู้เพราะเอกสารตรงหน้าหรือเพราะถูกถามซักไซ้กันแน่
ก็คนเป็นห่วง ผิดหรือไง? ยูซอนบอกความรู้สึกในใจอย่างไม่ปิดบัง
หรือแกไม่สนใจ ... ทำเขาป่วยเองแท้ๆ ใจดำจริงๆ ยูซอนว่าน้ำเสียงไม่จริงจังเท่าใดนักคล้ายจะพูดเล่นๆ แต่คนฟังก็หันมามองอย่างไม่ชอบใจ ชายหนุ่มจึงต้องแสร้งยิ้มคลายบรรยากาศ
อะไรเล่า? ... ทำไมมองหน้าฉันอย่างนั้น พูดอะไรผิดหรอ?
ฉันจะแวะไปซื้อของซะหน่อย แกก็กลับไปเลยก็ได้นะ ไม่มีงานอะไรแล้วใช่ไหม ยูซอนส่ายหัวให้อย่างงงๆ ...อะไรวะ? อยู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน...
แล้วจะแกซื้ออะไร? ให้ฉันซื้อให้ก็ได้นี่ ผู้จัดการหนุ่มเสนอตัวอย่างรู้หน้าที่ เรื่องของใช้ส่วนตัวนู้นนี้ที่ยุนโฮต้องใช้ ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนจัดการทั้งหมด
ฉันจะไปเลือกดูเอง ... ยุนโฮตอบไม่ตรงคำถาม ทำท่าจะเดินออกไป ยูซอนมองอย่างไม่เข้าใจ นึกยังไงถึงอยากไปเอง?
แกไม่กลัวแฟนเพลงรุมทึ้งเอาหรือไง ไปเดินเตร็ดเตร่อย่างนั้น ยูซอนร้องเตือน แต่ก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อร่างของเพื่อนก้าวพ้นประตูออกไปทั้งยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ
อ้าว?.... แล้วมันอะไรถึงให้ฉันไปด้วยไม่ได้ พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินตามออกไป
แต่จุดหมายคนละทาง...
((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((((Love Traps)))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))))
ในมุมหนึ่งของห้างสรรพสินค้าที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ร่างสูงในชุดรัดกุมเสื้อยีนส์แขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีซีด หมวกแก๊ปใบใหญ่ใส่ปกคลุมใบหน้า รวมทั้งแว่นสีน้ำตาลเข้มเลนส์กว้างปิดไปเกือบครึ่งจมูก ไม่บอกก็รู้ว่าใส่มาเพื่อปกปิดตัวเอง...แต่ยิ่งปกปิดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้แก่คนที่พบเห็น!!!
เธอๆ!! เห็นคนนั้นไหม? เด็กสาวในชุดนักเรียนชี้ให้เพื่อนในกลุ่มดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล
ไหนๆ??
นั่นไง!! ที่ใส่แว่นอันใหญ่ๆ อ่ะ! หน้าคุ้นๆ นะเธอว่าไหม!?! เด็กสาววิจารณ์เต็มกำลังเสียงยิ่งทำให้คนที่ถูกจ้องมองกลายเป็นจุดสนใจ จากเด็กนักเรียนเพียงกลุ่มเดียวก็กลายเป็นแทบทุกคนที่เดินผ่านเป็นต้องมองอย่างสงสัย ชายหนุ่มขยับแว่นให้กระชับมากยิ่งขึ้นแสร้งยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อบดบังสายตาของพวกเธอ
คุ้นจริงๆ ด้วยนะ เหมือนกับ.....เหมือน... หญิงสาวที่มากับเพื่อนอีกคนมองมาที่ร่างสูงแล้วพูดอย่างครุ่นคิด ชายหนุ่มยิ่งก้มหน้าลงไม่อยากให้ผิดสังเกต
เหมือน....เหมือน อ่า!! เหมือนจะเคยเห็นจากที่ไหนซักทีเลยละเธอ!! เพื่อนในกลุ่มมองอย่างละอาเมื่อคำตอบของเธอไม่ได้ช่วยอะไร ในขณะที่ชายหนุ่มลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก...
ได้แล้วค่ะ เสียงสวรรค์จากพนักงานสาวก็ดังขึ้นหลังจากรอเธออยู่พักใหญ่ เธอยื่นถุงกระดาษดีไซน์หรูให้พร้อมบัตรเครดิตสีทอง ชายหนุ่มรู้สึกได้หญิงสาวพนักงานแสนสวยก็ลอบมองเขาอย่างประเมินเช่นเดียวกัน มือหนารีบหยิบใบเสร็จจากมือเธอมาเซ็นให้เรียบร้อยก่อนส่งคืนอย่างรวดเร็ว แล้วสาวเท้าก้าวยาวๆ จากไปอย่างเร่งรีบ!!!
แต่ก้าวไม่ถึงสิบก้าวดีด้วยซ้ำ เสียงหวีดแหลมจากใครซักคนข้างหลังก็ร้องดังขึ้น!!!
กรี๊ดดดดดด...ดดด...ดด นั้นมัน จอง ยุนโฮนี้!!!!!!
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อสะดุ้งราวกับถูกของ!! กระชับหมวกให้ต่ำลง จับมั่นที่ถุงกระดาษในมือ....และจากสาวเท้าก้าวยาวๆ ก็กลายเป็นจ้ำอ้าวขึ้นมาในทันใด!!!
============
============
============
จ๊อกกก...
เสียงจากก๊อกน้ำบนอ้างล้างจานดังทำลายความเงียบในห้องกว้าง ร่างเล็กของคนป่วยที่ควรจะนอนพักแต่กลับมายื่นง่วนกับงานในครัวที่เจ้าของห้องทำทิ้งไว้ ถึงใบหน้านั้นจะซีดเซียวแต่ก็ระบายด้วยยิ้มสวย
แค่ได้ล้างจานให้...แค่นี้ก็มีความสุขมากมาย
อ๊อดดดด...ดด..ด
เสียงออดจากประตูห้องดังเข้ามาถึงภายใน แจจุงฉีกยิ้มกว้างก่อนละจากงานตรงหน้า เช็ดมือเปียกไปกับกางเกงอย่างลวกๆ เสยเส้นผมเล็กที่ตกลู่ไม่เป็นทรงให้เข้าที่เข้าทาง ไม่ได้รู้เลยว่าที่ทำอย่างนั้นมันกลับทิ้งฟองน้ำยาไว้บนใบหน้าใส ไม่ได้สนใจรีบวิ่งไปเปิดประตูให้คนที่รอมาหลายชั่วโมง...
แกร๊กกกกก....
กลับมาแล้วหรอครับ
คราบบ...มาเยี่ยมคนป่วย ใบหน้าหล่อทะเล้นยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มาเปิดประตูรับ ยื่นของในมือที่ตั้งใจซื้อมาให้หวังให้คนตรงหน้ารู้สึกดี แต่ที่หวังไว้ก็ไม่ได้เห็นเมื่อใบหน้านั้นเจื่อนลงทันที่ทีเห็นว่าเป็นเขา
คุณยูซอน...
อะไรกัน?...ทำไมทำหน้าผิดหวังอย่างนั้น ยูซอนถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ หลายครั้งที่ใช้ได้ผลเมื่ออยากให้คนที่สนใจหันมาใส่ใจ
ปะ...เปล่าครับ!! ร่างเล็กปฏิเสธอย่างรู้สึกผิดที่ทำตัวเสียมารยาท ชายหนุ่มมองแล้วยิ้มขำ
...ได้ผลจริงๆ...
แจจุง!
เอ๋?... ร่างเล็กเอียงคอสงสัยเมื่อยูซอนใช้นิ้วที่ไปที่หน้าหล่อของตัวเอง เหมือนกำลังจะบอกอะไรเกี่ยวกับหน้าของเขา...นึกแปลกใจนิดหน่อยที่ชายหนุ่มช่างเป็นคนที่ปุบปุบเปลี่ยนเรื่องเร็วจนตามไม่ทัน...
ตรงนี้... นิ้วยาวชี้บอกตำแหน่งแต่อีกคนก็ยังมองอย่างไม่เข้าใจ ยูซอนมองแล้วยิ้มเมื่อแจจุงคลำหาตามอย่าง โดยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ถูกจุด
ไม่ช่าย... ร่างสูงลากเสียงยาวล้อเลียนอย่างนึกสนุกๆ ยิ่งเห็นใบหน้างงๆ ของแจจุงก็ยิ่งทำให้รู้สึกเพลิน
อ่ะ?...ตรงนี้หรือเปล่าครับ? แจจุงยังป้ายมือไปบนใบหน้าจนทั่วแต่ยูซอนก็ยังสั่นหัวว่าไม่ใช่อยู่ดี
เกือบแล้ว ขึ้นไปอีกนิดนึง
ตรงนี้?
ไม่ใช่
ตรงไหนกันแน่อ่า?
ตรงนี้ไง!! ทันใดปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับแก้มนุ่มอย่างแผ่ว สะกิดฟองเล็กใสให้หลุดติดมือ
แต่แจจุงกลับผละหนีจากสัมผัสนั้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ!!
...!!...
โทษทีนะ ... ตกใจหรอ ยูซอนรีบเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
ครั้งแรก...ที่มีคนทำท่าราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
ครั้งแรก...ที่ใจสั่นเพราะท่าทีรังเกียจแบบนั้น
เอ่อ...เปล่าหรอกครับคุณยูซอน เข้ามาข้างในก่อนดีกว่า แจจุงยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะเชิญร่างสูงเข้ามา เอ่ยว่าตัวเองในใจที่ทำท่าทีเสียมารยาทอย่างนั้นกับคุณยูซอน
กำลังทำอะไรอยู่หรอแจจุง? ร่างสูงเอ่ยถามเพราะท่าทีของแจจุงคล้ายกับคนกำลังทำอะไรค้างไว้ ร่างเล็กเดินไปยังโซนครัวเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำมารินใส่แก้วก่อนจะเดินมาเสิร์ฟแก่ยูซอน ชายหนุ่มมองท่าทางราวแม่บ้านของแจจุงแล้วนึกขำ ปกติคอนโดของยุนโฮก็เหมือนของเขาแท้ๆ จะดื่มจะกินอะไรก็ทำตามสบายไม่ต้องให้ใครมาบริการจะบริการให้ก็มีแค่ยุนโฮคนเดียว แต่นั้นก็เป็นเพราะหน้าที
ผมกำลังล้างจานนะครับ แจจุงบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับสิ่งที่ทำเป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่
ไม่สบายไม่ใช่หรอ?...แล้วทำไมต้องลุกขึ้นมาทำงานด้วยละ? ยุนโฮสั่งไว้รึไง? ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วงสีหน้าของแจจุงก็ยังซีดอยู่จนเห็นได้ชัด
เปล่านะครับ.... ผมทำของผมเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วด้วย เด็กน้อยอธิบายโดยไม่ลืมที่จะแก้ต่างให้คนที่ถูกพาดพิง
อ้อออ... ยูซอนมองอย่างประเมิน เพราะไอ้ที่ว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว.... หน้าตากลับไม่บอกอย่างนั้นเลย
จริงๆ นะครับ เด็กน้อยย้ำราวกลับกลัวจับได้ว่าโดนทำผิด.... ท่าทีแบบนั้นก็ทำให้ยูซอนยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว
เชื่อแล้วๆ ....นี้! ซื้อของมาฝากแจจุงด้วยนะ รับไปซิ รางสูงยื่นห่อสีสวยให้คนตรงหน้า แจจุงมองอย่างชั่งใจ รู้จักกันไม่เท่าไหร่อาจจะดูเป็นการรบกวน ยูซอนยิ้มอย่างเดาออกก่อนจะยัดถุงนั้นใส่มือ
ไม่ดูหน่อยหรอ?...คนซื้อเสียใจนะ ชายหนุ่มบอกเมื่อร่างเล็กยังอึกอักไม่กล้ารับไว้
จะดีหรอครับ ผมเกรงใจ...
ไม่ดีแน่ๆ...ถ้าแจจุงจะปฎิเสธ... นะ...นะ เปิดดูหน่อยซิ น่ะ อยากรู้ว่าแจจุงจะชอบหรือเปล่า ร่างสูงออดอ้อนราวกับเป็นเด็ก ร่างเล็กยิ้มขื่นก่อนจะค่อยๆ เปิดดูอย่างที่บอก
อมยิ้ม!?! อมยิ้มลูกกวาดหลากสีมากมายอัดกันอยู่เต็มถุง แจจุงมองอย่างประหลาดใจ นี้ยูซอนเห็นเขาเป็นเด็กขนาดนั้นเชียวหรอ?
ชอบไหม ยูซอนยิ้มกว้างรอคำตอบ ทุกครั้งไม่เคยพลาดเรื่องเอาใจคน โดยเฉพาะผู้หญิง แต่ครั้งนี้แปลกไปที่คนที่อยากจะเอาใจกลายเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นเด็กผู้ชาย ยูซอนเลยคิดว่าสิ่งนี้แหละ เหมาะที่สุด!!
ก็ดีครับ... ดูท่าทางน่าอร่อย แจจุงแกล้งบอก เขานั้นไม่ชอบกินของหวานเท่าไหร่ ก็ถูกหัดมาอย่างนี้พี่ชายบอกว่าของพวกนี้ไม่มีประโยชน์
ดีใจนะที่แจจุงชอบ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นทัน ใบหน้าหล่อนั้นดูดีใจมากๆ ที่เขาบอกว่าชอบ โกหกอย่างนี้จะดีไหมนะ
ติ๊ดดดด...
แต่แล้วเสียงรูดการ์ดเบาๆ ที่ประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
เพียงคนเดียวที่มีการ์ดห้อง เพียงคนเดียวที่จะเข้ามาในนี้...ยุนโฮ...
แจจุงนึกสะท้อนในใจ... ยุนโฮยังใช้การ์ดเปิดประตูเหมือนปกติ
ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีเขาอยู่ในห้องนี้... แต่ไม่มีซักครั้งที่จะเรียกให้เปิดให้
ยุนโฮเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบพร้อมถุงกระดาษในมือ ไม่มีแม้กระทั้งสีหน้าแปลกใจที่เห็นแจจุงกับยูซอนอยู่ด้วยกันสองคน
ร่างเล็กกำลังจะอ้าปากทักทายแต่คนข้างตัวก็ขัดขึ้นมาซะก่อน...
ไปไหนของแกมาวะ? กลับซะเย็นเชียว
แวะซื้อของนิดหน่อย ยุนโฮตอบโดยไม่ได้ใส่ใจมอง ตาจับจ้องอยู่กับการถอดโรงเท้าตรงหน้า ราวกับว่าการเอ่ยทักทายเป็นเรื่องไม่จำเป็น
ฉันมาเยี่ยมแจจุง ยูซอนอธิบายการมีตัวตนอยู่ที่นี้ทั้งที่เจ้าของห้องไม่ได้ถาม
ร่างเล็กมองลุ้น... ยุนโฮจะพูดอะไรบ้างไหม?
จะถามซักคำไหมว่าดีขึ้นบ้างหรือยัง?
จะสนใจไหมในเมื่อคุณยูซอนยังสนใจ?
อื้ม
แค่นี้ที่แจจุงได้ยิน
อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงคำที่ยุนโฮเคยพูด... แค่ไม่กี่ชั่วโมงผ่าน
ฉันคงไปซักสามสี่ชั่วโมง เธออยู่ได้ใช่ไหม
อยู่ได้ไม่ได้แล้วยังไง...ถึงอยู่ไม่ได้ยุนโฮก็ไม่สนใจอยู่ดี
หลงคิดไปเองว่ายุนโฮคงเป็นห่วงบ้าง...ไม่มากก็น้อย...แต่นี้ไม่เลย...
ฉันว่าจะคุยเป็นเพื่อนแจจุงซักพักค่อยกลับ
ตามใจ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน
ทำอะไรของแกมาวะยุนโฮ เดี่ยวนี้แกมีความลับกับฉันงั้นหรอ
พูดมากน่ายูซอน ฉันแค่แวะไปซื้อของ
แต่หน้าแกมีพิรุธนะเว้ย
ยังไงของแก?
แล้วนั้นมันถุงอะไรนะ?
ยุ่งน่า... อยากทำอะไรก็ทำไปซิ ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัว
มีความลับชัดๆ เลย
เสียงพูดคุยสนิทสนมดังอยู่ตรงหน้า... แจจุงพ่นลมหายใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งที่ยืนอยู่ด้วยกันใกล้ๆ... แต่ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นส่วนเกิน
พูดแค่นี้ก็ต้องเดินหนีด้วยหรือไง แกมีพิรุธมากเลยยุนโฮ ยูซอนว่าเมื่อยุนโฮเปิดประตูเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เห็นด้วยไหมแจจุง... แล้วก็หันมาถามความเห็นจากร่างเล็ก แจจุงพยักหน้ารับน้อยๆ ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย แต่เพราะไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน เพราะว่าเขาก็ไม่เข้าใจยุนโฮเลย....
================================
เสียงหัวเราะคิกคักจากภายนอกดังเข้ามาถึงภายในห้องอยู่เป็นชั่วโมง ทั้งที่เขาอาบน้ำเสร็จแล้วตั้งนาน นั่งแต่งเพลงค่าเวลาไปหลายเพลงก็แล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าสองคนข้างนอกนั้นจะลาออกจากกันซักที...
ถุงกระดาษหรูถูกวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ มันยังคงสภาพเดิมเพราะคนซื้อมาไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย นอกจากมอง
ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้วในคืนนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็ควรจะเข้านอนใช่ไหม พรุ่งนี้ยังมีงานอีกหลายอย่าง โอกาสจะพักผ่อนมีน้อยจนแทบหาไม่ได้ ยุนโฮไม่เคยพลาดที่จะรีบนอนเมื่อมีโอกาส
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานราคาแพงเดินไปยังเตียงใหญ่นุ่มน่านอน
หยิบไอพอดรุ่นใหม่ที่วางทิ้งไว้บนเตียงหรูขึ้นมา
เปิดมันฟังเบาๆ แล้วนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเดิม...
=================================
ต้องกลับแล้วล่ะแจจุง เสียดายจังกำลังคุยสนุกเชียว ยูซอนเอ่ยขึ้นเมื่อมองเวลาบนนาฬิกาข้อมูล
ขอบคุณคุณยูซอนมากๆ นะครับที่มาคุยเป็นเพื่อน คุยกับผมออกจะน่าเบื่อ
ไม่เลยสักนิด ดีซะอีกแจจุงจะได้ไม่เบื่อนะ อยู่ในห้องอย่างเดียวไม่ได้ออกไปไหนเลย แถมเจ้ายุนโฮก็เหมือนคนเป็นใบ้อย่างนั้น บอกให้นะ...หมอนั้นนะ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่ค่อยพูดหรอก ฉันยังแปลกใจว่ามันร้องเพลงได้ยังไง สิ้นคำที่ลอบนินทาทั้งแจจุงและยูซอนก็หัวเราะเสียงดัง จริงอย่างที่ยูซอนว่าถ้าไม่มีคุณยูซอนมานั่งคุยเป็นเพื่อน ป่านนี้เขาก็คงจะนั่งคนเดียวในห้องเงียบ
เฮ้ออ... ฉันคงต้องกลับจริงๆ แล้วละ ร่างสูงว่าอย่างเสียดาย
ครับ...ขอบคุณสำหรับของฝากนะครับ
อืม... ไว้วันหลังจะซื้อมาฝากอีกนะ แจจุงยิ้มเจื่อน แค่ที่มีอยู่ก็ไม่รู้จะกินหมดหรือเปล่า
ไม่เป็นไรก็ได้ครับคุณยูซอน ลำบากเปล่าๆ
ไม่หรอกน่า นิดหน่อยเอง พูดพลางยิ้มหว่านเสน่ห์ แจจุงก็ส่งยิ้มหวานให้เช่นกัน
กลับแล้วนะ แจจุงไม่ต้องไปส่งหรอก เข้านอนเถอะ
ครับ... งั้นก็ขับรถดีๆ นะครับ
ขอบใจที่เป็นห่วงนะ อืม...ไม่แน่พรุ่งนี้อาจจะพาแจจุงไปเที่ยวละ พูดคล้ายเพิ่งตัดสินใจได้
เอ๋?....
พรุ่งนี้จัดสถานที่งานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มแล้วก็มินิคอนเสิร์ตของยุนโฮ อยากลองไปเที่ยวดูไหมละ คำชวนของยูซอนทำเอาแจจุงตาโต นั้นแหละความไฝฝันเลยละ!!
ได้หรอครับ
งั้นเป็นอันตกลงนะ พรุ่งนี้จะมารับ ฝันดีนะแจจุง ชายหนุ่มบอกลา ไม่น่าเชื่อว่าแค่พูดคุยเล็กน้อยก็ทำให้มีความสุขไม่เบื่อเลย อยู่กับแจจุงเหมือนอยู่ในโลกที่สดใส สุขใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เหมือนกันครับ สุดท้ายก็ลากันได้ซักที ยูซอนออกไปแล้วทั้งห้องก็เงียบกริบ
แต่หัวใจของแจจุงกลับเต้นถี่จนพองโต...พรุ่งนี้จะได้ไปดูยุนโฮทำงาน...ได้ดูงานแถลงข่าวของยุนโฮ
เป็นสิ่งที่แจจุงต้องการอย่างนึงในอีกหลายๆ อย่างเลยก็ว่าได้
อ่า~...ดีใจจัง
นั่งเพ้อบ้าอะไรอยู่คนเดียวห่ะ!!! เสียงเข้มขัดขึ้นในท่ากลางความเงียบเล่นเอาแจจุงสะดุ้งโหยง
คุณยุนโฮ...
เห็นเป็นยูซอนหรือไง
เอ๋?... แจจุงไม่เข้าใจที่ยุนโฮพูด ทำไมเขาต้องเห็นเป็นยูซอนด้วยละ แต่แววตาเรียวนั้นก็ไม่ได้สื่ออะไรนอกใจเงาลางๆ ของตัวเขาเอง
รับไป... มือใหญ่ยื่นถุงกระดาษดีไซน์หรูมาให้ แจจุงจำได้ถุงนี้ยุนโฮถือมันติดมือตอนกลับมา
อะไรหรอครับ?...
ถุงกระดาษ...
ผมรู้แล้ว... แต่ว่ามันมีอะไรในถุงนั้น?
โง่จริง... อยากรู้ก็เปิดดูซิ
คุณให้ผมหรือครับ?... แจจุงถามด้วยความไม่แน่ใจ เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปถ้าคุณยุนโฮจะซื้ออะไรให้เขา
จะเอาไม่เอา!! ชายหนุ่มถามพร้อมเลิกคิ้วสูงอย่างกวนๆ แจจุงรับมาด้วยสีหน้างงๆ
เปิดถุงออกจึงได้รู้ว่าที่อยู่ข้างในมันคือกล่องโทรศัพท์... แจจุงมองหน้ายุนโฮอย่างประหลาดใจ?
แค่เอามาชดใช้ที่เคยทำพัง อย่าคิดอะไรมากละ เป็นการชดใช้ที่อยู่เหนือความคาดหมายมากมายในความคิดของแจจุง เพราะรุ่นนี้ทั้งใหม่ทั้งแพงกว่าของเก่ามากนัก พิเศษกว่าด้วย...เพราะยุนโฮเป็นคนซื้อมาให้กับมือ
ขอบคุณมากจริงๆ ครับ ร่างเล็กยิ้มกว้าง ยิ้มทั้งใบหน้า ดวงตา และหัวใจ ยุนโฮเห็น...แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ
ไปนอนได้แล้ว มันเปลืองไฟ พูดเสียงเรียบก่อนจะผลักไปที่หน้าผากมนนั้นเบาๆ เป็นเชิงไล่...
ถึงได้รับรู้..ว่าไข้ลดลงไปมาก...
แผ่นหลังกว้างหายเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ หลังจากไล่เขาไปนอนยุนโฮก็ไม่พูดอะไรอีก แจจุงนั่งมอง ถึงแม้จะมองเห็นแค่ประตูก็ตาม แต่ก็สุขใจเพียงแค่ได้จินตนาการไปด่างๆ นาๆ ตอนนี้ยุนโฮคงล้มตัวลงนอนบนเดียวอบอุ่นแล้วหลับสบาย...
เสียงเบาๆ ดังลอดออกจากริมฝีปากบางในความเงียบ
ฝันดีนะครับคุณยุนโฮ
TBC